วันนี้ Brew day ของเราดูเหมือนค่อนข้างจะวุ่นวาย เนื่องจากต้องบรรจุขวดสำหรับ Lotที่ 0012 ซึ่งเรามีประสบการณ์ความวุ่นวายมาแล้วเมื่อกลางเดือน วันนี้เลยต้องเตรียมแผนไว้ดีๆ เริ่มด้วยการเอาสเปรย์ฉีดกันยุงมาจากบ้าน แล้วพ่นขาและแขน ก่อนต้มเบียร์ ซึ่งเอาเข้าจริงๆ ไม่เกิน 1 ชั่วโมง ยุงก็มากัดที่ข้อเท้าเหมือนเดิม
เครื่องใช้ที่ซื้อมาล่าสุดนั้น ได้แก่ ที่รองแก้วจำนวน 2 ใบ ซึ่งสามารถใส่ขวดเบียร์เราได้พอดีและสามารถช่วยให้ขั้นตอนการต้มและล้างขวดของเราง่ายขึ้น อีกทั้งเราพิจารณาดูแล้วว่ามันสะอาดกว่าการใช้แท่งที่เสียบขวดเบียร์เป็นไหนๆ
มาที่เรื่องการต้ม ก็ปกติดี ไม่มีปัญหาอะไร ออกแนวสบายๆ ด้วยซ้ำ คงเป็นเพราะความชำนาญ บวกกับวันนี้เราวางแผนที่จะต้มและล้างขวดก่อน ทำให้ไม่เกิดความวุ่นวายที่จะต้องต้มน้ำทั้ง 2 ขั้นตอน พร้อมๆกัน
ที่ต้องคิดต่อคือในอนาคตต้องปรับปรุงกระบวนการในการต้ม ให้เกิดการยกน้อยที่สุด แล้วใช้พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะนั้นหมายถึงการลดเวลาในการผลิต และเราสามารถเพิ่มปริมาณการต้มได้ 2-3 เท่าจากเดิมที่ผลิตครั้งละ 10 แกลลอน
วันนี้เราได้ทดลองทำเบียร์ไร้แอลกอฮอลล์ ซึ่งทดลองผลิตที่ 2.5 แกลลอน ก็ต้องรออีก 2 อาทิตย์ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร้ ถ้าสำเร็จก็เหมาะเจาะกับช่วงเข้าพรรษาพอดี คนไทยจะได้กินเบียร์แบบไม่ผิดศีล นอกจากนั้นแล้ว เราได้พูดคุยกับฝ่ายผลิต (มีอยู่ 1 คน) เพื่อที่จะขยาย ตู้หมักของเรา ให้สามารถรองรับปริมาณเบียร์ที่จะต้องต้มทุกอาทิตย์ รวมถึงการทำเบียร์ทดลองซึ่งต้องเดินไปคู่กัน
หลังจากที่ lot แรก ออกสู่ตลาด หลายๆ ท่านที่ได้ชิม ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เบียร์เรานั้นหอมมมม ซึ่งเรียกว่าเป็นจุดแข็งเลย ส่วนสำคัญที่สุดที่ทำให้เบียร์หอมได้ คือเรื่องของความสะอาด และการถ่ายน้ำเบียร์โดยไม่ให้ตะกอนบนอยู่มากนัก และ Hop ตัว Aroma ที่เราสรุปที่จะใช้หลักจากทดลองกันมา 3-4ตัว ก็มาลงเอยที่ Citra Hop เพราะจุดเด่นคือ ความหอมผลไม้กลิ่นเปรี้ยวแบบโปร่งๆ สดชื่นๆ ช่วงนี้สั่งของก็เลย เน้น Hop ตัวนี้มาเยอะหน่อย กลัวของหมด ส่วนถ้าหมดจริงๆ เรายังใช้ Equipnook ทดแทนได้ กลิ่นคล้ายๆ กัน แต่หอมน้อยกว่า นะจ๊ะ